ตรวจสอบความเสียหายของเครื่องจักรอย่างไรให้ปลอดภัยและไม่เสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร

หลายต่อหลายครั้งที่สิ่งที่คนไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรรับมือกับความเสียหายของเครื่องจักรโดยการพยายามเปิดใหม่อีกครั้งเพื่อทดสอบว่าเครื่องจักรนั้นยังใช้งานได้หรือไม่
ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมหันต์
การพยายามเปิดเครื่องจักรที่เสียหายทันที โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมนั้นอาจเกิดผลกระทบที่ตามมาซึ่งเป็นอันตรายได้ถึงชีวิต ซึ่งควรได้รับการตรวจสอบความเสียหายของเครื่องจักรจากมืออาชีพเพื่อให้สามารถรับมือกับความเสียหายได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดการสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มมากยิ่งขึ้น
บทความนี้จะมอบแนวทางและขั้นตอนการตรวจสอบความเสียหายของเครื่องจักรเบื้องต้นที่ปลอดภัยเพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์อย่างถูกต้องได้ด้วยตนเองก่อนได้รับการดำเนินงานจากผู้เชี่ยวชาญ
ทำไมการเกิดรีบเปิดเครื่องจักรหลังเกิดเหตุจึงอันตรายที่สุด
เมื่อเกิดเหตุอันตรายอย่างน้ำท่วม ไฟไหม้ หรือเหตุอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบกระเทือนนั้น งดเปิดเครื่องจักรทันทีเพราะเป็นความเสี่ยงที่อันตรายทั้งต่อตัวบุคคลและระบบของเครื่องจักร การฝืนเปิดเครื่องจักรนั้นอาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าที่เป็นอยู่ได้
ซึ่งปัจจัยหลักที่ไม่ควรเปิดเครื่องจักรทันทีนั้น มีดังนี้
- ความชื้นที่ซ่อนอยู่
หนึ่งในปัจจัยที่ควรระวังในการสำรวจความเสียหายคือความชื้นที่ซ่อนอยู่ เพราะความชื้นในเครื่องจักรนั้นสามารถทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ทำลายแผงวงจรหรือลดประสิทธิภาพของสารหล่อลื่น ทำให้เกิดการเสียดสีอย่างรุนแรงเมื่อเครื่องจักรทำงาน อาจส่งผลให้ค่าซ่อมแซมสูงขึ้นมากกว่าที่ควรได้
- การปนเปื้อนที่นำไฟฟ้า
สารปนเปื้อนที่นำไฟฟ้า ได้แก่ น้ำที่มีส่วนผสมของแร่ธาตุที่นำไฟฟ้าได้ เช่น น้ำเกลือ น้ำฝน น้ำโคลน รวมถึงสารเคมีอื่นๆ บางชนิด ซึ่งเมื่อสารเหล่านี้เกาะที่พื้นผิวเครื่องจักรแล้วจะสามารถทำให้เกิดการลัดวงจรหรือการรั่วไหลของไฟฟ้าได้ จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ควรได้รับการตรจสอบความเสียหายเพื่อลดความเสี่ยงการวัดค่าทางไฟฟ้าที่บิดเบือน เพิ่มความซับซ้อนในการตรวจสอบ และอาจเกิดความเสียหายซ้ำซ้อนขึ้นได้
- ฉนวนที่เสื่อมสภาพ
สามารถเกิดได้ทั้งจากอัคคีภัย น้ำท่วม หรือได้รับการปนเปื้อนจากน้ำมัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเข้าไปกัดกร่อนหรือสร้างความเสียหายในลักษณะต่างๆ กับฉนวนจนทำให้ฉนวนเสื่อมสภาพ ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะประเมินอายุการใช้งานหรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายได้เพิ่มเติม และถ้าหากฝืนเปิดใช้งานอาจทำให้สายไฟสัมผัสกับประกายไฟได้
5 ขั้นตอนตรวจสอบเครื่องจักรเบื้องต้นอย่างปลอดภัย (Safety Checklist)
เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นจากเหตุไม่คาดฝันต่าง ๆ นั้น หนทางที่ดีที่สุดที่จะประเมินความเสียหายเครื่องจักร โรงงาน รวมถึงความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินนั้นคือการว่าจ้างให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อนที่อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งยังมีความแม่นยำในการระบุความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
1. ตัดระบบไฟฟ้าโดยสมบูรณ์
เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและไฟดูดจนเกิดอันตรายต่อชีวิตของบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงเครื่องจักร โดยผู้ดูแลควรตัดแหล่งจ่ายไฟทั้งหมดรวมถึงล็อกเอาต์ ล็อกสวิตช์หรือวาล์วจ่ายไฟและพลังงานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลในทุกกรณี
2. การประเมินด้วยสายตาจากภายนอก
สำรวจและสังเกตพื้นที่โดยรอบด้วยตาเปล่าเพื่อประเมินว่ามีปัจจัยใกล้เคียงที่ส่งผลอันตรายกับเครื่องจักรไหม เช่น น้ำนอง น้ำมัน สารเคมีรั่วไหล ซากอาคารเสียหาย และอื่น ๆ
3. ตรวจสอบความชื้นและการรั่วซึม
ทำได้ด้วยการสังเกตด้วยตาเปล่าว่ามีปัจจัยที่ทำให้เครื่องจักรชื้น หรือเครื่องจักรเกิดการรั่วซึมหรือไม่ แต่ไม่ควรแตะ สัมผัส หรือพยายามเปิดเครื่องจักรเองโดยเด็ดขาดจนกว่าผู้เชี่ยวชาญจะมาถึง เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อนจนทำให้เครื่องจักรเสียหายถาวรได้
4. จัดทำเอกสารและบันทึกข้อมูล
พยายามเก็บข้อมูลและรูปภาพความเสียหายให้ครบถ้วนมากที่สุด หรืองดการเคลื่อนย้ายและเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกับความเสียหายและปัจจัยความเสียหายรอบเครื่องจักรเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถเก็บข้อมูลทำเอกสารเพื่อส่งเคลมกับทางประกันได้
5. ห้ามพยายามทำความสะอาดหรือซ่อมแซมด้วยตนเอง
การทำความสะอาดหรือซ่อมแซมด้วยตัวเองอาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเครื่องจักรนั้นมีความเสียหายแอบแฝงที่อาจทำให้เครื่องจักรเสียหายซ้ำซ้อนและสามารถส่งผลอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้ หากทำความสะอาดหรือซ่อมแซมไม่ถูกต้องจนทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม ก็อาจมีผลกับการจัดทำเอกสารและบันทึกข้อมูลในการเคลมประกันได้
เหตุใดการประเมินความเสียหายของเครื่องจักรจึงควรได้รับการจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญเสมอ

การตรวจสอบความเสียหายของเครื่องจักรโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจและไม่รอให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินความเสียหายของเครื่องจักรนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่อันตรายมาก เพราะเป็นส่งผลให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อน สูญเสียค่าซ่อมแซมเพิ่มขึ้นโดยมีโอกาสไม่สามารถเคลมประกันได้เพราะส่งผลกับกระบวนการด้านเอกสาร นอกจากนี้ยังอันตรายถึงชีวิตของบุคคลรอบข้างอีกด้วยหากไม่มีความระมัดระวังมากพอ
ด้วยเหตุนี้ BELFOR Thailand จึงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบสภาพเครื่องจักรและประเมินความเสียหายของโรงงานที่พร้อมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง สามารถสำรวจความเสียหายให้เครื่องจักรของคุณได้ทั้งแบบที่มองเห็นและมองไม่เห็น พร้อมให้บริการประเมิน กู้สภาพความเสียหายให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย และทำรายงานความเเสียหายที่ครบถ้วนและมีประโยชน์สำหรับขั้นตอนเคลมประกันได้อย่างแน่นอน