บริการของเรา

บริการประเมินความเสียหายของทรัพย์สิน

DSC_0647_copy

การตัดสินใจที่เหมาะสมกับสถานการณ์สำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟูธุรกิจของคุณหลังจากเกิดภัยพิบัติ สิ่งสำคัญคือต้องทราบโดยเร็วที่สุดว่าอุปกรณ์ใดที่สามารถกู้สภาพได้ และอุปกรณ์ใดที่จำเป็นต้องเปลี่ยน

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มากประสบการณ์ในการกู้สภาพจากภัยพิบัติเท่านั้นที่สามารถประเมินความเสียหายของทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

เชื่อมั่นและวางใจให้เราช่วยเหลือคุณ

คำถามที่พบบ่อย: บริการประเมินความเสียหายของทรัพย์สิน (Property Loss Assessment) 

บริการประเมินความเสียหายของทรัพย์สิน (Property Loss Assessment) คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร?

บริการประเมินความเสียหาย คือขั้นตอนแรกและขั้นตอนที่สำคัญที่สุดหลังเกิดภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นอัคคีภัย อุทกภัย หรือเหตุขัดข้องที่กระทบเครื่องจักรและอาคาร จุดประสงค์คือการเข้ามาสำรวจความเสียหาย ตรวจสอบความเสียหายเครื่องจักร ตรวจสอบความเสียหายอาคาร รวมถึงวิเคราะห์อุปกรณ์ต่างๆ แบบเชิงลึก เพื่อระบุระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

หัวใจสำคัญของบริการนี้คือ “การตัดสินใจที่ถูกต้อง” โดยใช้ข้อมูล เพราะจะช่วยให้ผู้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจได้ทันทีว่าอะไรสามารถกู้สภาพได้ (Restore) และอะไรที่เสียหายหนักจนจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ (Replace) ซึ่งช่วยลดความสับสน ประหยัดค่าใช้จ่าย และวางแผนการฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมการแยกแยะระหว่าง “การกู้สภาพ” (Restoration) และ “การเปลี่ยนใหม่” (Replacement) ถึงเป็นเรื่องสำคัญ?

ในหลายครั้งหลังเกิดไฟไหม้หรือถูกน้ำท่วม ธุรกิจมักเข้าใจว่าทรัพย์สินที่เปื้อนคราบเขม่า ไฟไหม้ หรือจมน้ำ จะต้องถูกทิ้งและซื้อใหม่ทั้งหมด ซึ่งไม่จำเป็นเสมอไป เครื่องจักรหรืออุปกรณ์บางส่วนสามารถทำความสะอาด กู้สภาพ และใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องสั่งซื้อใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลานานเป็นเดือนหรือเป็นไตรมาส และยังตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงเช่นกัน

BELFOR จะช่วยประเมินเพื่อตอบโจทย์ในจุดนี้ เพื่อให้คุณรู้ว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนสามารถกู้คืนได้ ช่วยลดต้นทุนฟื้นฟูอย่างมหาศาล อีกทั้งยังช่วยประหยัด “เวลา” ทำให้ธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้เร็วขึ้น ลดการหยุดชะงัก (Business Interruption) ได้อย่างมาก

ทีมงานของ BELFOR มีความเชี่ยวชาญในการประเมินความเสียหายด้านใดบ้าง?

ความเสียหายจากภัยพิบัติมักซ่อนปัญหาที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เช่น ความชื้นที่แทรกซึมในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือคราบเขม่าที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ทีมงานของ BELFOR ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการประเมินสภาพเครื่องจักร ประเมินสภาพอาคาร และประเมินสภาพโรงงาน โดยสามารถวิเคราะห์ได้ทั้งความเสียหายภายนอก (Cosmetic Damage) และความเสียหายที่ส่งผลต่อการทำงานจริง (Functional Damage)

ทีมของเราครอบคลุมอาคาร เครื่องจักรโรงงาน ระบบควบคุมอัตโนมัติ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ความแม่นยำสูง เพื่อให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้องที่สุด

กระบวนการประเมินความเสียหายเริ่มขึ้นเมื่อไหร่?

กระบวนการควรเริ่มต้น “ทันที” หรือเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้หลังจากเหตุการณ์สงบลง เพราะความชื้น คราบเขม่า และสารปนเปื้อนสามารถทำให้ความเสียหายลุกลาม (Secondary Damage) ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง  การดำเนินการที่รวดเร็วจะช่วยเพิ่มโอกาสในการกู้คืนทรัพย์สินให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมมากที่สุด

เมื่อคุณติดต่อ BELFOR ทีมผู้เชี่ยวชาญจะลงพื้นที่เพื่อสำรวจหน้างาน ตรวจสอบสภาพอาคาร เครื่องจักร และทรัพย์สินแบบรายชิ้น พร้อมจัดทำรายงานความเสียหาย (Loss Report) และแผนการกู้สภาพที่ใช้งานจริงได้ทันที

บริการนี้ครอบคลุมภัยพิบัติประเภทใดบ้าง?

บริการประเมินความเสียหายของ BELFOR ครอบคลุมทุกสถานการณ์ภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อทรัพย์สิน ได้แก่:

  • ความเสียหายจากไฟไหม้ (Fire Damage) การประเมินผลกระทบจากความร้อน คราบเขม่า และกลิ่น
  • ความเสียหายจากน้ำ (Water Damage) การประเมินความชื้นสะสม การกัดกร่อน และความเสียหายต่อระบบไฟฟ้า ตลอดจนผลกระทบต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์
  • ความเสียหายจากเชื้อรา (Mold Damage) การตรวจสอบการแพร่กระจายของเชื้อราที่เกิดจากความชื้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน
  • ภัยธรรมชาติอื่นๆ (Natural Disasters) เช่น พายุ หรือแผ่นดินไหว ที่อาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างอาคารและระบบต่างๆ ภายในองค์กร

หากต้องการใช้บริการประเมินความเสียหายของ BELFOR ต้องทำอย่างไร?

หากธุรกิจของคุณประสบภัยพิบัติ คุณสามารถติดต่อ BELFOR Thailand ได้ทันทีผ่านสายด่วนฉุกเฉิน (24/7 Emergency Hotline) ที่เบอร์ +66 2 182 5186 หรือกรอกแบบฟอร์มติดต่อผ่านหน้าเว็บไซต์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

การมีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปประเมินสถานการณ์ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณก้าวผ่านวิกฤตและนำธุรกิจกลับสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าที่สุด

ลูกค้าจำเป็นต้องจัดทำ “แบบรายงานความเสียหาย” หรือกรอก “แบบฟอร์มรายงานความเสียหายต่อทรัพย์สิน” เบื้องต้นด้วยตนเองก่อนหรือไม่ และทาง BELFOR จะใช้ “แบบประเมินความเสียหาย” รูปแบบใดเพื่อช่วยสรุปข้อมูลส่งให้บริษัทประกันภัย? 

การรายงานความเสียหายสำหรับลูกค้าแต่ละประเภท

BELFOR แบ่งประเภทลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่มหลัก โดยรูปแบบและรายละเอียดของการรายงานความเสียหายหรือแบบฟอร์มรายงานความเสียหายจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่มที่ 1: ลูกค้ากลุ่มบริษัทประกันภัย และ Loss Adjuster

ลูกค้าในกลุ่มบริษัทประกันภัยจะมีแบบฟอร์มรายงานความเสียหายต่อทรัพย์สินที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งสามารถใช้แบบฟอร์มดังกล่าวในการส่งข้อมูลให้กับ BELFOR เพื่อดำเนินการต่อไป

  • กลุ่มที่ 2: ลูกค้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม

ลูกค้าควรจัดทำรายการทรัพย์สินของโรงงานที่ได้รับความเสียหาย พร้อมระบุรายละเอียดของเหตุการณ์ เช่น สาเหตุของความเสียหาย บริเวณที่เกิดเหตุ และวันเวลาที่เกิดเหตุ เพื่อให้ทีมงานสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง

  • กลุ่มที่ 3: ลูกค้าทั่วไป (บ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม และสำนักงาน)

ลูกค้าสามารถใช้ภาพถ่ายของพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย พร้อมระบุบริเวณที่เกิดเหตุ ประเภทของทรัพย์สินหรือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงสาเหตุหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้จะช่วยให้ BELFOR ทราบล่วงหน้าว่าความเสียหายที่ต้องเข้าดำเนินการเป็นประเภทใด เช่น ความเสียหายจากน้ำท่วม น้ำรั่ว อัคคีภัย หรือเชื้อรา เพื่อให้ทีมงานสามารถเตรียมอุปกรณ์และวางแผนการเข้าสำรวจพื้นที่ได้อย่างเหมาะสมก่อนเข้าปฏิบัติงาน

หลังจากการเข้าสำรวจพื้นที่ ทีมงาน BELFOR จะทำการรวบรวมข้อมูลและจัดทำรายงานสรุปรายละเอียดความเสียหาย โดยระบุพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและระดับความเสียหาย พร้อมทั้งเสนอราคาค่าซ่อมแซมหรือค่ากู้สภาพ เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำรายงานและข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการดำเนินการกับบริษัทประกันภัยต่อไป (กรณีที่ลูกค้ามีประกัน)

ความเชี่ยวชาญที่เหมาะสมสำหรับทุกกรณีเคลม

BELFOR เข้าใจทุกความท้าทายที่คุณต้องเผชิญ

พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่มุ่งมั่น เพื่อมอบการดูแลเฉพาะทางและบริการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกขั้นตอน

ติดต่อทีมงานของเรา
ติดต่อทีมงานของเรา