BELFOR > BELFOR Thailand > แหล่งรวมข้อมูล > Asia News > ธุรกิจของคุณรับมือกับหน้ามรสุมได้แค่ไหน? แชร์เคล็ดลับป้องกันและการฟื้นฟูหลังเกิดน้ำท่วม
,

ธุรกิจของคุณรับมือกับหน้ามรสุมได้แค่ไหน? แชร์เคล็ดลับป้องกันและการฟื้นฟูหลังเกิดน้ำท่วม

Industrial landscape highlighting the need for business flood prevention and monsoon recovery

ในฤดูมรสุม โรงงานอุตสาหกรรมต้องเตรียมรับมือกับความเสี่ยงจากพายุและน้ำท่วม ซึ่งอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงทั้งต่ออาคารและเครื่องจักร

การ “ป้องกัน” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจและลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติให้เหลือน้อยที่สุด

ถึงแม้ว่าน้ำท่วมจะเป็นภัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ บทความนี้จึงขอแนะนำแนวทางการป้องกันและฟื้นฟูหลังน้ำท่วม เพื่อให้คุณสามารถประเมินความเสียหายและรับมือกับวิกฤตินี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับการเตรียมความพร้อมเชิงรุก ป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย

ตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารและระบบระบายน้ำ

  • อาคารไม่มีรอยร้าว ตรวจหารอยร้าวตามผนัง หลังคา และจุดอื่นๆ เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม
  • ท่อระบายและรางน้ำฝนไม่อุดตัน ขจัดสิ่งอุดตันในท่อและรางน้ำฝน เพื่อให้น้ำระบายได้ทันและไม่ท่วมขัง
  • ลดความเสียหายด้วยที่กั้นน้ำและกระสอบทราย ใช้แผงกั้นน้ำหรือกระสอบทรายบริเวณทางเข้าอาคารเพื่อลดความเสียหายจากน้ำท่วม

ปกป้องทรัพย์สินและอุปกรณ์สำคัญ

  • ย้ายของสำคัญขึ้นที่สูง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้ามูลค่าสูงเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม
  • สำรองข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญไว้บนระบบคลาวด์ (Cloud) โอนข้อมูลธุรกิจสำคัญไปเก็บไว้ในระบบคลาวด์ เพื่อความปลอดภัยและเข้าถึงได้ง่ายในกรณีฉุกเฉิน
  • จัดเก็บเอกสารสำคัญในตู้หรือห้องที่กันน้ำได้ เก็บเอกสารสำคัญในตู้หรือห้องที่กันน้ำได้อย่างปลอดภัย

ทบทวนแผนฉุกเฉินและกรมธรรม์ประกันภัย

  • ตรวจเช็คข้อมูลขอบเขตความคุ้มครอง ทบทวนขอบเขตความคุ้มครองของกรมธรรม์ และเตรียมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเคลม
  • จัดทำรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉิน รวบรวมรายชื่อบุคคลและหน่วยงานที่สามารถติดต่อได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
  • ซักซ้อมแผนการอพยพ และการรับมือมรสุมกับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ

3 ขั้นตอนแรกที่ต้องทำทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม

ขั้นตอนที่ 1 : ความปลอดภัยสำคัญที่สุด (Safety First)

  • ตัดไฟฟ้าในพื้นที่อัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟดูด
  • ห้ามเข้าใกล้พื้นที่น้ำท่วมขัง จนกว่าจะมั่นใจว่าโครงสร้างจะไม่ถล่มหรือไม่มีสารพิษปนเปื้อนในพื้นที่
  • สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เมื่อจำเป็นต้องเข้าพื้นที่.

ขั้นตอนที่ 2 : บันทึกหลักฐานความเสียหายอย่างละเอียด (Document Everything)

ควรบันทึกภาพรวมของสถานที่ให้ครบถ้วนทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ รวมถึงความเสียหายจากน้ำท่วมของอุปกรณ์แต่ละชิ้นก่อนเริ่มการทำความสะอาดหลังน้ำลดเพื่อให้ทางองค์กรมีหลักฐานละเอียด ครบถ้วน และชัดเจนในการเคลมประกัน

ขั้นตอนที่ 3 : เริ่มต้นการระบายน้ำและควบคุมความชื้นเบื้องต้น (Initial Water Removal)

หลังจากที่ฝนจากมรสุมหยุดลงและสถานการณ์เริ่มกลับมาอยู่ในจุดที่ปลอดภัยแล้ว ขั้นตอนแรกที่สุดที่ควรทำคือการระบายความชื้นด้วยการสูบน้ำออกและเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ เพราะขั้นตอนการทำนี้ช่วยลดความเสี่ยงความเสียหายได้ดังนี้

  • ทรัพย์สินเสียหายเพิ่มเติม ยิ่งน้ำท่วมขังมากขึ้นเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่ทรัพย์สินจะได้รับความเสียหายจากความชื้นก็มากขึ้น เช่นเดียวกับความเสี่ยงของอันตรายที่เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร และอื่น ๆ ก็อาจตามมาได้เช่นกัน
  • การเติบโตของเชื้อรา เชื้อโรค และแบคทีเรีย พื้นที่ที่เปียกชื้นนานเกินไปสามารถเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อราและแบคทเรียได้เป็นอย่างดี สร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์ สร้างความเสียหายจากเชื้อราให้กับวัสดุและโครงสร้างอาคาร ส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนในพื้นที่ในระยะยาว

ทำไมการฟื้นฟูโดยผู้เชี่ยวชาญจึงสำคัญกว่าที่คิด

นอกจากมรสุมจะสร้างความเสียหายตั้งแต่ลมพายุไปจนถึงน้ำท่วมขังแล้ว หลังน้ำลดลงก็ยังสามารถสร้างความเสียหายได้ที่มองไม่เห็นได้ ซึ่งการละเลยการตรวจสอบในขั้นตอนการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมนั้นอาจนำไปสู่ภัยเงียบที่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายมหาศาลที่มากกว่าค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญฟื้นฟูน้ำท่วมก็เป็นได้

ซึ่งความเสียหายที่มองไม่เห็นหลังน้ำลดนั้น ได้แก่:

  • ความชื้นในโครงสร้าง
  • การเติบโตของเชื้อราในที่อับชื้น
  • การปนเปื้อนจากสารเคมีในน้ำท่วม
  • การเกิดสนิมบนเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ถูกสิ่งปนเปื้อน
  • ความเสียหายระยะยาวต่อระบบไฟฟ้าและเครื่องจักร

เมื่อเข้าสู่ฤดูมรสุมนั้น การเตรียมตัวเพื่อตั้งรับและป้องกันความเสียหายมีผลอย่างมากในขั้นตอนการทำความสะอาดโรงงานและการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม และนอกจากนี้ เมื่อภัยพิบัติเกิดขึ้น การฟื้นฟูโรงงานจากความเสียหายในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายจากไฟไหม้ การฟื้นฟูน้ำท่วม หรือการฟื้นฟูความเสียหายรูปแบบอื่น ๆ ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญเต็มรูปแบบจะช่วยให้การกู้สภาพความเสียหายของธุรกิจคุณราบรื่นมากขึ้น ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้อย่างแข็งแกร่งและรวดเร็วมากขึ้น

ซึ่ง BELFOR Thailand ก็พร้อมดูแลตั้งแต่จัดการความชื้นไปจนถึงการฟื้นฟูสภาพเครื่องจักร พร้อมเคียงข้างและนำพาธุรกิจของคุณก้าวผ่านพายุมรสุมนี้ได้อย่างมั่นคง

#Blogs